Mt. Hallasan,
the highest mountain in South Korea
ทริป Seoul-Jeju นี้จะ Focus ที่การไป Hike ที่ Mt.Hallasan ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้วและเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ที่เกาะเชจู อีกชื่อเรียกของภูเขานี้คือ ยองจูซาน Yeongjusan, meaning "mountain high enough to pull the galaxy คือ สูงจนสามารถแตะกาแลกซี่ได้ (เห็นหลายเพจของไทยแปลว่า ภูเขาที่สูงเทียบเท่าจักรวาล แต่เราว่ามันคือ สูงจนเอื้อมไปดึงจักรวาลได้ ประมาณนั้น) เนื่องจากยังไม่ค่อยมีรีวิว เลยอยากนำมาแชร์เพิ่มความหลากหลาย เดินเหนื่อย แต่รับรองว่าสวย ประทับใจ ไม่ควรสวมรองเท้าแตะ หรือแต่งกายที่ไม่พร้อมกับการเดินระยะทางไกล
เส้นทาง Trail
- Gwaneumsa Trail - 8.7km (one-way) สามารถถึง summit *ต้องจองล่วงหน้า
- Seongpanak Trail - 9.6km (one-way) สามารถถึง summit *ต้องจองล่วงหน้า
- Eorimok Trail - 6.8km (one-way) หากถึง Wistseoreum - 4.7km
- Yeongsil Trail - 5.8km (one-way) หากถึง Wistseoreum - 3.7km
- Donnaeko Trail - 7 km (one-way)
ทริปนี้เราเดินขึ้นทาง Eorimok และลงทาง Yeongsil ระยะทางรวมประมาณ 9km ใช้เวลาประมาณ 5hr20m
*Reservation online : https://visithalla.jeju.go.kr/main/main.do?language=en_US.
Day 1 BKK-ICN-CJU
ทริปนี้ตัดสินใจกันว่า รอดูว่าเพื่อนเราไม่ติด ตม. ค่อยจอง domestic ไปเชจู ก็กดซื้อตั๋วกันหลังผ่าน ตม.ออกมา ซึ่งวันนี้ค่อนข้างนาน เครืองลง 10:30 ผ่านทุกอย่างออกมาประมาณบ่ายโมง แล้วนั่ง A'REX ไป Gimpo International Airport เพื่อไปเกาะเชจู เราไม่อยากเสี่ยง เลยจอง Flight ค่อนข้างเย็น เกือบทุ่ม และจองแบบ full service เพราะเราต้อง load กระเป๋าไปกับเรา ตั๋วมาออก Asiana เป็นของเกาหลีใต้ เก้าอี้เก่าๆ หน่อย แต่คนเต็มลำ เราจองขาเดียว ขากลับค่อยว่ากัน
Day 2 JEJU - SEOGWIPO:
เราเช่ารถขับ แบบรวมประกัน จำเป็นมากนะ เพราะเราไม่คุ้นชินการขับในประเทศเขา เลนส์เขาก็คนละฝั่งกับเรา แต่ที่ชอบมากคือ GPS ที่ละเอียดเหมือนเป็นภาพเสมือนจริง แม้ป้ายถนนก็อยู่ในจอเรา สุดมาก
Day 3 Mt.HALLASAN ROUTE
มาถึงสถานที่สำคัญของเราในทริปนี้ ที่เกิดขึ้นแบบไม่ตั้งใจ อ่านรีวิวเจอแล้วเกิดอยากไป แต่มีเวลาเตรียมตัวและศึกษาน้อยมากๆ เรามีรองเท้าวิ่งมาคู่เดียว กะว่าจะรอร้านเปิดแล้วซื้อ hiking shoes แต่ร้านที่นี่เปิดสายมาก รอไม่ได้ ตัดสินใจใส่คู่เดิมไปก่อนเพราะเป็นรองเท้าวิ่งที่ดีระดับหนึ่ง น่าจะไม่เป็นไร แต่สุดท้าย เราต้องทิ้งเลย สภาพพังมาก ละพังระหว่างทางด้วย อย่างเซ็ง แต่เราก็เดินจนจบนะ รวมระยะทางจากเส้นทาง Eorimok Trail – 4.7km และเดินลงเส้นทาง Yeongsil Trail – 3.7km ก็ประมาณ 8.4km ที่ระดับความสูง 1700m เราใช้เวลาไป 12:48 - 18:06 เท่ากับ 5h18m ระหว่างทางเจอคนเกาหลี สามี-ภรรยาชวนคุย แวะถ่ายรูป และพาเราเดินลงมาด้วยกัน ลืมเวลาเลย วิวพระอาทิตย์ตกจากข้างบนสวยมาก เจอกวางระหว่างทาง 3 ตัว ซึ่งคนเกาหลีเองบอกว่ามาหลายครั้งแล้ว เพิ่งเคยเจอครั้งแรก ประทับใจมากกับการมาครั้งนี้ แม้สภาพขาในวันรุ่งขึ้นของเราจะพังมากจนเดินไม่ไหวก็ตาม นั่นก็เพราะเตรียมร่างกายไม่ดี วิวด้านบนสวยมาก ขนาดไม่ใช่ช่วงที่ดอกไม้ผลิบานก็ยังสวย อากาศก็ดีมากๆ อยากให้ได้มาสัมผัสวิวของจริง
สิ่งที่ต้องเตรียม
-ไม่มีน้ำ/อาหารขายระหว่างทาง ต้องพกมา เช่น ข้าวปั้น หรือขนมปัง เป็นต้น
-ระยะเวลาขึ้น-ลงในแต่ละฤดูต่างกัน เช็คทางเว็บ ขึ้นสายมากอาจมืดระหว่างทางลง
-สภาพอากาศบนนั้นเปลี่ยนแปลงไว ควรเตรียมพร้อมในเรื่องเครื่องแต่งกาย หมวก
-หากไม่มีรถยนต์มา ต้องเช็คเวลารถบัส
-ขึ้น-ลง หากจะเลือกคนละทาง ต้องวางแผนเรื่องรถให้ดี เพราะแต่ละที่ไกลกัน
Day 4 SEOGWIPO - SEOUL
Seogwipo มีสถานที่หลากหลายที่ให้ไปมาก แต่เรามีเวลาน้อย ต้องหาตั๋วกลับโซลวันนี้เลยแวะได้ไม่กี่แห่ง ได้แวะไป น้ำตก Jeongbang แล้วก็ Seogwipo statdium สนามฟุตบอลที่เคยจัดฟุตบอลโลกปี 2002 แล้วตรงกลับไปในเมืองเชจู เกือบตกเครื่องแบบซีเรียสเพราะคุยกันไม่เข้าใจกับบริษัทเช่ารถ เราขับขูดขอบถนนจนแม็กเป็นรอย แต่เราทำประกันไว้ กว่าจะเคลียร์ได้ เราต้องวิ่งหน้าตั้งไปหา manager บอกช่วยเคลียร์หน่อยจะตกเครื่องแล้ว ไปถึงสนามบินคือเกทกำลังเปิด แต่ระบบต่างๆ เขาไวมาก เลยรอด












Comments
Post a Comment